ล่องเรือแม่น้ำโขง ปากแบง–หลวงพระบาง 1 วันเต็ม วิวสวยที่สุดในลาวเหนือ


รีวิวล่องเรือแม่น้ำโขงจากปากแบงไปหลวงพระบาง ค่าเรือ 300,000 กีบ ชมธรรมชาติสองฝั่งโขง วิถีชีวิตชาวลาว และบรรยากาศยามเย็นสุดโรแมนติกในหลวงพระบาง

ล่องเรือแม่น้ำโขงจากปากแบงสู่หลวงพระบาง เส้นทางแห่งธรรมชาติที่ควรมาสักครั้งในชีวิต

หากพูดถึงการเดินทางใน สปป.ลาว หลายคนอาจนึกถึงรถไฟลาว-จีน หรือการขับรถเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ แต่สำหรับผมแล้ว การได้นั่งเรือล่องไปตามสายน้ำโขงจากเมืองปากแบงสู่หลวงพระบาง ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดในทริปลุยเดี่ยวลาวเหนือครั้งนี้

จริง ๆ แล้วเส้นทางล่องเรือสายนี้ เริ่มต้นจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดประเทศไทย นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ล่องเรือตามแม่น้ำโขง โดยพักค้างคืนที่เมืองปากแบง ก่อนเดินทางต่อไปยังหลวงพระบางในวันรุ่งขึ้น

ส่วนตัวผมไม่ได้เริ่มต้นจากห้วยทราย แต่เดินทางมาถึงเมืองปากแบงก่อน และมารอขึ้นเรือโดยสารเที่ยวเช้าเวลา 08.00 น. เพื่อเดินทางต่อไปยังหลวงพระบาง



ค่าเรือปากแบง - หลวงพระบาง

ค่าโดยสารเรืออยู่ที่ 300,000 กีบ หรือประมาณ 460 บาทไทย (อัตราแลกเปลี่ยนอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา)

เรือโดยสารมีวันละ 1 เที่ยว ออกเดินทางเวลา 08.00 น. แนะนำให้มาถึงท่าเรือก่อนเวลาเล็กน้อย และเตรียมสัมภาระให้พร้อม

ก่อนขึ้นเรือควรหาอาหารเช้าหรือเตรียมขนม น้ำดื่ม และของกินติดตัวไว้บ้าง เพราะการเดินทางใช้เวลาค่อนข้างนาน แม้ว่าบนเรือจะมีบริการขายขนม มาม่า กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ก็ตาม


นักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มลำ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจคือ บนเรือลำนี้แทบทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ตลอดลำเรือมีผู้โดยสารประมาณ 70-80 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปและอเมริกา หลายคนเดินทางมาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มแบ็กแพ็กเกอร์

ส่วนผมดูเหมือนจะเป็นคนไทยเพียงคนเดียวบนเรือลำนี้

บรรยากาศค่อนข้างเงียบ ผู้คนต่างนั่งชมวิว ถ่ายรูป อ่านหนังสือ หรือพูดคุยกันเบา ๆ ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ของเรือที่แล่นไปอย่างช้า ๆ ตามกระแสน้ำโขง


ธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำโขง สวยเกินคำบรรยาย

ทันทีที่เรือออกจากปากแบง ความสวยงามของธรรมชาติค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตลอดสองฝั่งแม่น้ำ

ภูเขาสูงสลับซับซ้อนทอดตัวยาวสุดสายตา ป่าไม้สีเขียวปกคลุมหุบเขา หมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวบ้านกระจายตัวอยู่ริมแม่น้ำเป็นระยะ

บางช่วงแม่น้ำโขงกว้างใหญ่จนดูเหมือนทะเลสาบ บางช่วงกลับแคบลงและไหลผ่านแนวภูเขาสูงตระหง่าน

ภาพของเรือหาปลาลำเล็ก เด็ก ๆ วิ่งเล่นริมฝั่ง และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้าน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเห็นแม่น้ำโขงในแบบดั้งเดิม

ยิ่งนั่งไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเสน่ห์ของการเดินทางแบบช้า ๆ นั้นมีคุณค่ามากกว่าการรีบไปถึงจุดหมาย


เขื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขง

เมื่อเข้าสู่เขตแขวงหลวงพระบาง ผมสังเกตเห็นโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขง

มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งโครงการเหล่านี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ วิถีการล่องเรือท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมที่เราเห็นอยู่ในวันนี้ จะยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่

ไม่มีใครตอบได้แน่ชัด

แต่สำหรับผม การได้มาสัมผัสเส้นทางนี้ในวันนี้ ถือเป็นความทรงจำที่มีคุณค่า เพราะนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ได้ล่องเรือระยะไกลไปตามแม่น้ำโขงในเส้นทางประวัติศาสตร์สายนี้


ถึงหลวงพระบางในเวลา 17.00 น.

หลังจากใช้เวลาทั้งวันบนเรือ ในที่สุดช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. เรือโดยสารก็นำพาพวกเรามาถึงหลวงพระบาง

แม้จะนั่งเรือมาหลายชั่วโมง แต่ผมกลับไม่รู้สึกเบื่อเลย เพราะวิวสองฝั่งทางสวยงามตลอดการเดินทาง

จากท่าเรือ ผมนั่งแท็กซี่เข้าไปยังตัวเมืองหลวงพระบาง ค่าโดยสาร 100,000 กีบ หรือประมาณ 150 บาทไทย

เมื่อไปถึงที่พักแถวตลาดกลางคืน ผมรีบนำสัมภาระไปเก็บในห้อง ก่อนออกมาเดินเล่นในเมืองทันที


ช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดของหลวงพระบาง

สำหรับผม ช่วงเวลาประมาณ 17.00 - 19.00 น. คือช่วงเวลาที่หลวงพระบางสวยที่สุด

แสงแดดยามเย็นค่อย ๆ อ่อนลง ผู้คนเริ่มออกมาเดินเล่น ร้านค้าและคาเฟ่เริ่มเปิดไฟ บรรยากาศในเมืองเก่าดูอบอุ่นและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

ผมเดินเล่นชมบ้านเก่าสไตล์โคโลเนียลริมถนน สูดอากาศเย็นสบาย ก่อนจะไปต่อที่ถนนคนเดินหลวงพระบาง

ได้กินอาหารท้องถิ่น เดินเลือกซื้อของ และนั่งชิลดูผู้คนใช้ชีวิต

มันเป็นช่วงเวลาธรรมดา ๆ ที่กลับทำให้การเดินทางครั้งนี้พิเศษมากขึ้น


สรุป

หากคุณมีโอกาสมาเที่ยวลาวเหนือ ผมอยากแนะนำให้ลองนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงจากปากแบงสู่หลวงพระบางสักครั้ง

แม้มันจะไม่ใช่วิธีเดินทางที่รวดเร็วที่สุด แต่กลับเป็นการเดินทางที่ทำให้เราได้เห็นธรรมชาติ วิถีชีวิต และเสน่ห์ของแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง

สำหรับผมแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

แต่มันคือการเก็บเกี่ยวความทรงจำระหว่างทาง ที่ยังคงประทับอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้




ความคิดเห็น